We're sorry, but this discussion has just been closed to further replies.
ป้าย:
เคยโดนหลายรอบมาก จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง
บอกชื่อ-ที่อยู่ปลอมก็หลายครั้ง (ตอนนั้นมี id ปลอมเอาไว้เข้าผับติดตัวอยู่หนึ่งใบ)
แต่บอกชื่อ-ที่อยู่จริงก็หลายครั้งเหมือนกัน
โกหกแบบไม่มี id จนตำรวจมารับกลับบ้านก็ 1 ครั้ง..
ตอนนั้นโดนปรับเพราะไม่มีตั๋ว $150 กับโกหกตำรวจอีก $150 เป็น $300 (เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ตอนนี้ค่าปรับคงขึ้นมานิดหน่อย)
จนครั้งสุดท้าย เมื่อต้นปีที่แล้ว
นั่งจาก carlton มาลง franklin st ในเมือง น่าจะสองป้าย (ด้วยความขี้เกียจ)
คราวนี้ทำเป็นหาตั๋วไม่เจอ.. จริงๆไม่มีหรอก ฮิฮิ
แล้วก็ให้ชื่อ-ที่อยู่จริงเค้าไป
พอมีค่าปรับมาก็เขียนจดหมายกลับ บอกเลขที่จดหมาย ชื่อ ที่อยู่ เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีตั๋วในตอนนั้น (เพราะหาไม่เจอ)
แล้วก็ใส่ตั๋วของคนอื่นที่ตรงกับวันที่เราโดนจับลงไป .. ก็จะได้จดหมายตักเตือนกลับมาแทนค่าปรับ :D
เคยเขียนจดหมาย "อ้อนวอน" ด้วยเหมือนกัน แต่อันนี้ไม่ได้ผลเพราะเค้าไม่เห็นใจ T T
ส่วนถ้าถามว่าคิดยังไงกับ inspector
มันทำให้รู้ว่า ถึงจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็อาจจะยังพัฒนาไม่มากเท่าไหร่นัก
บางประเทศไม่เห็นจำเป็นจะต้องมี inspector มันก็มีวิธีการอื่นที่ทำให้คนซื้อตั๋วทุกคน
อาจเป็นเพราะคนบ้านเมืองเค้ามีสัจจะมากกว่า หรือ เพราะวิธีการเค้าดีกว่า (บังคับคนได้ดีกว่า)
แต่จริงๆแล้ว.. พ้อยว่าเกิน 90% ของคนที่นี่ก็ซื้อตั๋วกันถูกระเบียบ จะมีก็แต่เราๆพวก foreigners นี่แหละ ที่ไม่เคารพกฎหมาย
เพราะอะไร? เพราะเราเห็นว่ามันแพง สู้เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า
การที่มี inspector ก็เพื่อ enforce law .. ก็ถูกต้องแล้ว
คิดในอีกแง่นึง ก็มีเพื่อจับพวกเรานี่แหละ พวกหัวดำ accent แปลกถึงได้เป็นเป้าหมายมากกว่าคน local
หรือถ้าไม่อยากให้มี inspector จะให้เปลี่ยนเป็นระบบคนเก็บค่ารถเมล์อย่างที่เมืองไทยรึเปล่า?
คงไม่ดีแน่ๆ..
อิอิ ไม่เคยโดนปรับเลยจ้า เพราะซื้อตั๋วทุกครั้ง
จริงๆบางทีก็มีแว๊บๆ ไม่อยากเสียเงินซื้อตั๋ว แต่กลัวโดนปรับอ่ะ inspector น่ากลัวอ่ะ
มาทีเดินเรียงหน้ากระดาน ตัวโตๆ เราเรียกว่าพวก Men In Black
มีครั้งเดียวที่ขึ้น tram ไม่มีตั๋ว เพรา่ะดึกแล้วและอีกไม่กี่ stop จะถึงบ้าน
นั่งอยู่บน tram เห็นใครใส่ Overcoatสีดำขึ้นtram มาล่ะก้อ โอยยยย นั่งไม่เป็นสุขเลยจ้า
หัวใจจะวาย ต้องคอยสังเกตุตลอดเวลาเลย ก็เลยคิดว่าไม่เอาแระ ขอนั่งหลับสบายๆดีกว่า
ซื้อตั๋วทุกครั้งสบายใจกว่าจ้า ไกล้ ไกล ยังไงก็ซื้อตั๋ว
ปล. อยากเล่า
มีวันนึงสมัยที่มาอยู่ Melbourne ใหม่ๆ บน tram
Inspector : Show me your ticket please
Me : ยื่นตั๋วไปให้
Inspector : Beautiful !!!!
Me: นึกในใจ เออ คนประเทศนี้ปากหวานเน๊อะ ชอบชมคน
เลยตอบกลับไปว่า "Thanks for your compliment, you are so kind , but actually I'm not so beautiful ^___^"
Inspector : !-_- ???? (กรูไปชมมานตอนไหนแว๊ )
แล้วก็เดินจากไปแบบงงๆๆ แต่ก็ยังมีมารยาท ยิ้มตอบด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆ
แปลว่าโดนปรับมาแน่เลย เอิ๊กๆ
คิดว่า ลุ้นดีครับ เวลาขึ้นรถไฟไปใกล้ๆ 2-3 สถานี้ แล้วไม่ได้ตอกบัตร ฮาๆๆ
แล้วก็คิดว่า พวกนี้ทำไมตัวใหญ่กันทุกคนเลย คล้ายๆพวก ผู้คุมกฏ ในหนังแฮรรี่พอตเตอร์ยังไงยังงั้น
จิงแล้วที่จำเป็นต้องตัวใหญ่ๆไม่ใช่ไรหรอกครับ พอดีว่าผมเคยเห็นตอนดึกๆอ่ะ พวกเด็กวัยรุ่นรุมกระทืบคนตรวจตั๋วซะลงไปจมกองกับพื้นเลย เลยจำเป็นต้องตัวใหญ่ๆ แล้วก็ต้องไปกันทีเยอะๆจะได้ช่วยกันได้ครับ ส่วนเรื่องเคยโดนปรับไหมก็เคยครับ โดนที170ดอลแหนะ แพงมากๆเลยวันนั้นลืมจิงๆคิดว่าตอกไปแล้ว เสียดายๆ
วันนั้นนั่งแทรม คือปกติเรานั่งแทรมจากบ้านเก่า (แถว camberwell) มาเรียนในเมืองอ่ะค่ะ
เราพกบัตรนะ แต่ขึ้นแทรมแล้วไม่ได้ตอก เพราะเป็นmontly วันนั้นก้อดวงดี๊ๆ เค้ามาตรวจแล้วเราก้อหาบัตรไม่เจอซะงั้น
เพราะคิดว่ามันอยู่ในกระเป๋า โดนเลยยยย อิอิ^^
ป.ล. เล่าเหมือนเรื่องของตัวเองมั้ยคะ??? >_<</body>
เคยโดนหลายรอบมาก จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง
บอกชื่อ-ที่อยู่ปลอมก็หลายครั้ง (ตอนนั้นมี id ปลอมเอาไว้เข้าผับติดตัวอยู่หนึ่งใบ)
แต่บอกชื่อ-ที่อยู่จริงก็หลายครั้งเหมือนกัน
โกหกแบบไม่มี id จนตำรวจมารับกลับบ้านก็ 1 ครั้ง..
ตอนนั้นโดนปรับเพราะไม่มีตั๋ว $150 กับโกหกตำรวจอีก $150 เป็น $300 (เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ตอนนี้ค่าปรับคงขึ้นมานิดหน่อย)
จนครั้งสุดท้าย เมื่อต้นปีที่แล้ว
นั่งจาก carlton มาลง franklin st ในเมือง น่าจะสองป้าย (ด้วยความขี้เกียจ)
คราวนี้ทำเป็นหาตั๋วไม่เจอ.. จริงๆไม่มีหรอก ฮิฮิ
แล้วก็ให้ชื่อ-ที่อยู่จริงเค้าไป
พอมีค่าปรับมาก็เขียนจดหมายกลับ บอกเลขที่จดหมาย ชื่อ ที่อยู่ เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีตั๋วในตอนนั้น (เพราะหาไม่เจอ)
แล้วก็ใส่ตั๋วของคนอื่นที่ตรงกับวันที่เราโดนจับลงไป .. ก็จะได้จดหมายตักเตือนกลับมาแทนค่าปรับ :D
เคยเขียนจดหมาย "อ้อนวอน" ด้วยเหมือนกัน แต่อันนี้ไม่ได้ผลเพราะเค้าไม่เห็นใจ T T
ส่วนถ้าถามว่าคิดยังไงกับ inspector
มันทำให้รู้ว่า ถึงจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็อาจจะยังพัฒนาไม่มากเท่าไหร่นัก
บางประเทศไม่เห็นจำเป็นจะต้องมี inspector มันก็มีวิธีการอื่นที่ทำให้คนซื้อตั๋วทุกคน
อาจเป็นเพราะคนบ้านเมืองเค้ามีสัจจะมากกว่า หรือ เพราะวิธีการเค้าดีกว่า (บังคับคนได้ดีกว่า)
แต่จริงๆแล้ว.. พ้อยว่าเกิน 90% ของคนที่นี่ก็ซื้อตั๋วกันถูกระเบียบ จะมีก็แต่เราๆพวก foreigners นี่แหละ ที่ไม่เคารพกฎหมาย
เพราะอะไร? เพราะเราเห็นว่ามันแพง สู้เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า
การที่มี inspector ก็เพื่อ enforce law .. ก็ถูกต้องแล้ว
คิดในอีกแง่นึง ก็มีเพื่อจับพวกเรานี่แหละ พวกหัวดำ accent แปลกถึงได้เป็นเป้าหมายมากกว่าคน local
หรือถ้าไม่อยากให้มี inspector จะให้เปลี่ยนเป็นระบบคนเก็บค่ารถเมล์อย่างที่เมืองไทยรึเปล่า?
คงไม่ดีแน่ๆ..
© 2009 Created by jakrapong