aussietip.com

ชุมชนคนไทยในออสเตรเลีย - Thai Social Network in Australia

PONGTORN RAMAKOMUD jAKC

คิดยังไงกับ Inspector ที่ตรวจตั๋วบนรถโดยสารสาธรณะกันบ้างครับ

อยากรู้ว่าคุณๆคิดยังไงกัน แล้วมีประสบการณ์กันมายังไงบ้าง

เล่าให้ฟังพร้อมออกความคิดเห็นหน่อยครับ

Share

Reply to This

Replies to This Discussion

แปลว่าโดนปรับมาแน่เลย เอิ๊กๆ
คิดว่า ลุ้นดีครับ เวลาขึ้นรถไฟไปใกล้ๆ 2-3 สถานี้ แล้วไม่ได้ตอกบัตร ฮาๆๆ
แล้วก็คิดว่า พวกนี้ทำไมตัวใหญ่กันทุกคนเลย คล้ายๆพวก ผู้คุมกฏ ในหนังแฮรรี่พอตเตอร์ยังไงยังงั้น

Reply to This

จิงแล้วที่จำเป็นต้องตัวใหญ่ๆไม่ใช่ไรหรอกครับ พอดีว่าผมเคยเห็นตอนดึกๆอ่ะ พวกเด็กวัยรุ่นรุมกระทืบคนตรวจตั๋วซะลงไปจมกองกับพื้นเลย เลยจำเป็นต้องตัวใหญ่ๆ แล้วก็ต้องไปกันทีเยอะๆจะได้ช่วยกันได้ครับ ส่วนเรื่องเคยโดนปรับไหมก็เคยครับ โดนที170ดอลแหนะ แพงมากๆเลยวันนั้นลืมจิงๆคิดว่าตอกไปแล้ว เสียดายๆ

Reply to This

เคยโดนหลายรอบมาก จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง
บอกชื่อ-ที่อยู่ปลอมก็หลายครั้ง (ตอนนั้นมี id ปลอมเอาไว้เข้าผับติดตัวอยู่หนึ่งใบ)
แต่บอกชื่อ-ที่อยู่จริงก็หลายครั้งเหมือนกัน

โกหกแบบไม่มี id จนตำรวจมารับกลับบ้านก็ 1 ครั้ง..
ตอนนั้นโดนปรับเพราะไม่มีตั๋ว $150 กับโกหกตำรวจอีก $150 เป็น $300 (เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ตอนนี้ค่าปรับคงขึ้นมานิดหน่อย)

จนครั้งสุดท้าย เมื่อต้นปีที่แล้ว
นั่งจาก carlton มาลง franklin st ในเมือง น่าจะสองป้าย (ด้วยความขี้เกียจ)
คราวนี้ทำเป็นหาตั๋วไม่เจอ.. จริงๆไม่มีหรอก ฮิฮิ
แล้วก็ให้ชื่อ-ที่อยู่จริงเค้าไป
พอมีค่าปรับมาก็เขียนจดหมายกลับ บอกเลขที่จดหมาย ชื่อ ที่อยู่ เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีตั๋วในตอนนั้น (เพราะหาไม่เจอ)
แล้วก็ใส่ตั๋วของคนอื่นที่ตรงกับวันที่เราโดนจับลงไป .. ก็จะได้จดหมายตักเตือนกลับมาแทนค่าปรับ :D

เคยเขียนจดหมาย "อ้อนวอน" ด้วยเหมือนกัน แต่อันนี้ไม่ได้ผลเพราะเค้าไม่เห็นใจ T T

ส่วนถ้าถามว่าคิดยังไงกับ inspector
มันทำให้รู้ว่า ถึงจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็อาจจะยังพัฒนาไม่มากเท่าไหร่นัก
บางประเทศไม่เห็นจำเป็นจะต้องมี inspector มันก็มีวิธีการอื่นที่ทำให้คนซื้อตั๋วทุกคน
อาจเป็นเพราะคนบ้านเมืองเค้ามีสัจจะมากกว่า หรือ เพราะวิธีการเค้าดีกว่า (บังคับคนได้ดีกว่า)
แต่จริงๆแล้ว.. พ้อยว่าเกิน 90% ของคนที่นี่ก็ซื้อตั๋วกันถูกระเบียบ จะมีก็แต่เราๆพวก foreigners นี่แหละ ที่ไม่เคารพกฎหมาย
เพราะอะไร? เพราะเราเห็นว่ามันแพง สู้เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า
การที่มี inspector ก็เพื่อ enforce law .. ก็ถูกต้องแล้ว
คิดในอีกแง่นึง ก็มีเพื่อจับพวกเรานี่แหละ พวกหัวดำ accent แปลกถึงได้เป็นเป้าหมายมากกว่าคน local

หรือถ้าไม่อยากให้มี inspector จะให้เปลี่ยนเป็นระบบคนเก็บค่ารถเมล์อย่างที่เมืองไทยรึเปล่า?
คงไม่ดีแน่ๆ..

Reply to This

วันนั้นนั่งแทรม คือปกติเรานั่งแทรมจากบ้านเก่า (แถว camberwell) มาเรียนในเมืองอ่ะค่ะ
เราพกบัตรนะ แต่ขึ้นแทรมแล้วไม่ได้ตอก เพราะเป็นmontly วันนั้นก้อดวงดี๊ๆ เค้ามาตรวจแล้วเราก้อหาบัตรไม่เจอซะงั้น
เพราะคิดว่ามันอยู่ในกระเป๋า โดนเลยยยย อิอิ^^

ป.ล. เล่าเหมือนเรื่องของตัวเองมั้ยคะ??? >_<</body>

Reply to This

อิอิ ไม่เคยโดนปรับเลยจ้า เพราะซื้อตั๋วทุกครั้ง

จริงๆบางทีก็มีแว๊บๆ ไม่อยากเสียเงินซื้อตั๋ว แต่กลัวโดนปรับอ่ะ inspector น่ากลัวอ่ะ
มาทีเดินเรียงหน้ากระดาน ตัวโตๆ เราเรียกว่าพวก Men In Black

มีครั้งเดียวที่ขึ้น tram ไม่มีตั๋ว เพรา่ะดึกแล้วและอีกไม่กี่ stop จะถึงบ้าน
นั่งอยู่บน tram เห็นใครใส่ Overcoatสีดำขึ้นtram มาล่ะก้อ โอยยยย นั่งไม่เป็นสุขเลยจ้า
หัวใจจะวาย ต้องคอยสังเกตุตลอดเวลาเลย ก็เลยคิดว่าไม่เอาแระ ขอนั่งหลับสบายๆดีกว่า
ซื้อตั๋วทุกครั้งสบายใจกว่าจ้า ไกล้ ไกล ยังไงก็ซื้อตั๋ว


ปล. อยากเล่า

มีวันนึงสมัยที่มาอยู่ Melbourne ใหม่ๆ บน tram

Inspector : Show me your ticket please

Me : ยื่นตั๋วไปให้

Inspector : Beautiful !!!!

Me: นึกในใจ เออ คนประเทศนี้ปากหวานเน๊อะ ชอบชมคน
เลยตอบกลับไปว่า "Thanks for your compliment, you are so kind , but actually I'm not so beautiful ^___^"

Inspector : !-_- ???? (กรูไปชมมานตอนไหนแว๊ )

แล้วก็เดินจากไปแบบงงๆๆ แต่ก็ยังมีมารยาท ยิ้มตอบด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆ

Reply to This

จริงๆผมอยากจะบอกว่า คนของเขาผิดมากกว่าเราเยอะครับ แต่เขาไม่กล้าทำอะไรมาก

มันก็เหมือนพ่อแม่เข้าข้างลูกตัวเอง เหมือนพ่อแม่รังแกฉัน อะไรอย่างงั้นละครับ

พวกวัยรุ่นออสเขาทำหนักกว่าไม่มีตั๋วอีก ทั้งนั่งขาพาดบนเก้าอี้ สูบบุหรี่ กินเหล้า ระรานชาวบ้าน โดยเฉพาะเอเชียอน่างเรา

แต่คนตรวจทำเป็นมอมไม่เห็นครับ มาจ้องเล่นงานคนเอเชียอย่างเรา แต่ยกเว้นแขกนะครับ เพราะInspectorบางส่วนเป็นแขก

ก็เข้าข้างกันเองกันไป เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมและน้องๆผมครับ ขอเรียบเรียงแป๊บนึง

Point said:
เคยโดนหลายรอบมาก จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง
บอกชื่อ-ที่อยู่ปลอมก็หลายครั้ง (ตอนนั้นมี id ปลอมเอาไว้เข้าผับติดตัวอยู่หนึ่งใบ)
แต่บอกชื่อ-ที่อยู่จริงก็หลายครั้งเหมือนกัน

โกหกแบบไม่มี id จนตำรวจมารับกลับบ้านก็ 1 ครั้ง..
ตอนนั้นโดนปรับเพราะไม่มีตั๋ว $150 กับโกหกตำรวจอีก $150 เป็น $300 (เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ตอนนี้ค่าปรับคงขึ้นมานิดหน่อย)

จนครั้งสุดท้าย เมื่อต้นปีที่แล้ว
นั่งจาก carlton มาลง franklin st ในเมือง น่าจะสองป้าย (ด้วยความขี้เกียจ)
คราวนี้ทำเป็นหาตั๋วไม่เจอ.. จริงๆไม่มีหรอก ฮิฮิ
แล้วก็ให้ชื่อ-ที่อยู่จริงเค้าไป
พอมีค่าปรับมาก็เขียนจดหมายกลับ บอกเลขที่จดหมาย ชื่อ ที่อยู่ เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีตั๋วในตอนนั้น (เพราะหาไม่เจอ)
แล้วก็ใส่ตั๋วของคนอื่นที่ตรงกับวันที่เราโดนจับลงไป .. ก็จะได้จดหมายตักเตือนกลับมาแทนค่าปรับ :D

เคยเขียนจดหมาย "อ้อนวอน" ด้วยเหมือนกัน แต่อันนี้ไม่ได้ผลเพราะเค้าไม่เห็นใจ T T

ส่วนถ้าถามว่าคิดยังไงกับ inspector
มันทำให้รู้ว่า ถึงจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็อาจจะยังพัฒนาไม่มากเท่าไหร่นัก
บางประเทศไม่เห็นจำเป็นจะต้องมี inspector มันก็มีวิธีการอื่นที่ทำให้คนซื้อตั๋วทุกคน
อาจเป็นเพราะคนบ้านเมืองเค้ามีสัจจะมากกว่า หรือ เพราะวิธีการเค้าดีกว่า (บังคับคนได้ดีกว่า)
แต่จริงๆแล้ว.. พ้อยว่าเกิน 90% ของคนที่นี่ก็ซื้อตั๋วกันถูกระเบียบ จะมีก็แต่เราๆพวก foreigners นี่แหละ ที่ไม่เคารพกฎหมาย
เพราะอะไร? เพราะเราเห็นว่ามันแพง สู้เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า
การที่มี inspector ก็เพื่อ enforce law .. ก็ถูกต้องแล้ว
คิดในอีกแง่นึง ก็มีเพื่อจับพวกเรานี่แหละ พวกหัวดำ accent แปลกถึงได้เป็นเป้าหมายมากกว่าคน local

หรือถ้าไม่อยากให้มี inspector จะให้เปลี่ยนเป็นระบบคนเก็บค่ารถเมล์อย่างที่เมืองไทยรึเปล่า?
คงไม่ดีแน่ๆ..

Reply to This

ดีครับ ผมก็ซื้อทุกครั้งแหละ แต่บางครั้งก็รีบๆไม่ได้validate แต่พอดีจังหวะมันเหมาะสมจะโดนก็โดนละครับ

Tock said:
อิอิ ไม่เคยโดนปรับเลยจ้า เพราะซื้อตั๋วทุกครั้ง

จริงๆบางทีก็มีแว๊บๆ ไม่อยากเสียเงินซื้อตั๋ว แต่กลัวโดนปรับอ่ะ inspector น่ากลัวอ่ะ
มาทีเดินเรียงหน้ากระดาน ตัวโตๆ เราเรียกว่าพวก Men In Black

มีครั้งเดียวที่ขึ้น tram ไม่มีตั๋ว เพรา่ะดึกแล้วและอีกไม่กี่ stop จะถึงบ้าน
นั่งอยู่บน tram เห็นใครใส่ Overcoatสีดำขึ้นtram มาล่ะก้อ โอยยยย นั่งไม่เป็นสุขเลยจ้า
หัวใจจะวาย ต้องคอยสังเกตุตลอดเวลาเลย ก็เลยคิดว่าไม่เอาแระ ขอนั่งหลับสบายๆดีกว่า
ซื้อตั๋วทุกครั้งสบายใจกว่าจ้า ไกล้ ไกล ยังไงก็ซื้อตั๋ว


ปล. อยากเล่า

มีวันนึงสมัยที่มาอยู่ Melbourne ใหม่ๆ บน tram

Inspector : Show me your ticket please

Me : ยื่นตั๋วไปให้

Inspector : Beautiful !!!!

Me: นึกในใจ เออ คนประเทศนี้ปากหวานเน๊อะ ชอบชมคน
เลยตอบกลับไปว่า "Thanks for your compliment, you are so kind , but actually I'm not so beautiful ^___^"

Inspector : !-_- ???? (กรูไปชมมานตอนไหนแว๊ )

แล้วก็เดินจากไปแบบงงๆๆ แต่ก็ยังมีมารยาท ยิ้มตอบด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆ

Reply to This

ใช่เลยครับผมเพิ่งโดนมา แต่ที่ไม่น่าโดนคือน้องๆทีี่มาด้วยกัน พูกถึงพวกนี้ตัวใหญ่แต่ใจเล็ก(แคบ)ครับ

ดำ said:
แปลว่าโดนปรับมาแน่เลย เอิ๊กๆ
คิดว่า ลุ้นดีครับ เวลาขึ้นรถไฟไปใกล้ๆ 2-3 สถานี้ แล้วไม่ได้ตอกบัตร ฮาๆๆ
แล้วก็คิดว่า พวกนี้ทำไมตัวใหญ่กันทุกคนเลย คล้ายๆพวก ผู้คุมกฏ ในหนังแฮรรี่พอตเตอร์ยังไงยังงั้น

Reply to This

นั่นแหละครับ สันดานวัยรุ่นออสบางคนเป็นแบบนี้เลย พวกinspectorเลยไม่กล้าหือ

มันอยู่ที่จังหวะแหละครับ ไม่มีใครขยันตอกทุกครั้งหรอก แต่อย่างน้อยเราก็ซื้อตั๋วไม่ใช่เหรอครับ

อยากให้รอดู Myki ว่าจะดีขนาดไหน เพราะน่าจะสะดวกขึ้นบ้างนะครับ

KID said:
จิงแล้วที่จำเป็นต้องตัวใหญ่ๆไม่ใช่ไรหรอกครับ พอดีว่าผมเคยเห็นตอนดึกๆอ่ะ พวกเด็กวัยรุ่นรุมกระทืบคนตรวจตั๋วซะลงไปจมกองกับพื้นเลย เลยจำเป็นต้องตัวใหญ่ๆ แล้วก็ต้องไปกันทีเยอะๆจะได้ช่วยกันได้ครับ ส่วนเรื่องเคยโดนปรับไหมก็เคยครับ โดนที170ดอลแหนะ แพงมากๆเลยวันนั้นลืมจิงๆคิดว่าตอกไปแล้ว เสียดายๆ

Reply to This

พูดถึงนั่งรถรางยังมีเวลาแก้ตัวมากกว่ารถไฟนะครับ เพราะถ้าไม่ได้ตอกก็ยังมีเครื่องให้ตอกหรือซื้อบนรถ

แต่ถ้านั่งรถไฟ ออกจากสถานีแล้วก็จบครับ ไม่มีที่ตอกบนรถให้แก้ตัวแล้ว แย่เลย

KOi said:
วันนั้นนั่งแทรม คือปกติเรานั่งแทรมจากบ้านเก่า (แถว camberwell) มาเรียนในเมืองอ่ะค่ะ
เราพกบัตรนะ แต่ขึ้นแทรมแล้วไม่ได้ตอก เพราะเป็นmontly วันนั้นก้อดวงดี๊ๆ เค้ามาตรวจแล้วเราก้อหาบัตรไม่เจอซะงั้น
เพราะคิดว่ามันอยู่ในกระเป๋า โดนเลยยยย อิอิ^^

ป.ล. เล่าเหมือนเรื่องของตัวเองมั้ยคะ??? >_<</body>

Reply to This

ขอตอบ Point อีกทีนะครับ ยังค้างคาอยู่อีกอย่าง

ใช่ครับ ทำไมระบบรถไฟฟ้าเอาง่ายๆที่กทม.​ถึงไม่มีประเด็นที่จะต้องตรวจตั๋ว เพราะอะไรครับ

1. เพราะระบบเข้าออกรัดกุมเรียบร้อยแล้ว ไม่มีตั๋วก็เข้าใน platform ไม่ได้

2. ราคาค่าโดยสารไม่แพงจนเกินไป หรือมีระบบซื้อตั๋วแบบเติมเงินได้ หักเงินออกจากตั๋วเอา ไม่ต้องมีตั๋วหลายแบบให้วุ่นวาย

ไม่ต้องดูแต่ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลย์ ญี่ปุ่น ระบบเขาดีกว่านี้เยอะครับ

*หรือ เขาทำแบบนี้เพราะจะได้มีงานให้คนทำมากขึ้นรีเปล่าครับ ฮุๆๆ

Point said:
เคยโดนหลายรอบมาก จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง
บอกชื่อ-ที่อยู่ปลอมก็หลายครั้ง (ตอนนั้นมี id ปลอมเอาไว้เข้าผับติดตัวอยู่หนึ่งใบ)
แต่บอกชื่อ-ที่อยู่จริงก็หลายครั้งเหมือนกัน

โกหกแบบไม่มี id จนตำรวจมารับกลับบ้านก็ 1 ครั้ง..
ตอนนั้นโดนปรับเพราะไม่มีตั๋ว $150 กับโกหกตำรวจอีก $150 เป็น $300 (เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ตอนนี้ค่าปรับคงขึ้นมานิดหน่อย)

จนครั้งสุดท้าย เมื่อต้นปีที่แล้ว
นั่งจาก carlton มาลง franklin st ในเมือง น่าจะสองป้าย (ด้วยความขี้เกียจ)
คราวนี้ทำเป็นหาตั๋วไม่เจอ.. จริงๆไม่มีหรอก ฮิฮิ
แล้วก็ให้ชื่อ-ที่อยู่จริงเค้าไป
พอมีค่าปรับมาก็เขียนจดหมายกลับ บอกเลขที่จดหมาย ชื่อ ที่อยู่ เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีตั๋วในตอนนั้น (เพราะหาไม่เจอ)
แล้วก็ใส่ตั๋วของคนอื่นที่ตรงกับวันที่เราโดนจับลงไป .. ก็จะได้จดหมายตักเตือนกลับมาแทนค่าปรับ :D

เคยเขียนจดหมาย "อ้อนวอน" ด้วยเหมือนกัน แต่อันนี้ไม่ได้ผลเพราะเค้าไม่เห็นใจ T T

ส่วนถ้าถามว่าคิดยังไงกับ inspector
มันทำให้รู้ว่า ถึงจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็อาจจะยังพัฒนาไม่มากเท่าไหร่นัก
บางประเทศไม่เห็นจำเป็นจะต้องมี inspector มันก็มีวิธีการอื่นที่ทำให้คนซื้อตั๋วทุกคน
อาจเป็นเพราะคนบ้านเมืองเค้ามีสัจจะมากกว่า หรือ เพราะวิธีการเค้าดีกว่า (บังคับคนได้ดีกว่า)
แต่จริงๆแล้ว.. พ้อยว่าเกิน 90% ของคนที่นี่ก็ซื้อตั๋วกันถูกระเบียบ จะมีก็แต่เราๆพวก foreigners นี่แหละ ที่ไม่เคารพกฎหมาย
เพราะอะไร? เพราะเราเห็นว่ามันแพง สู้เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า
การที่มี inspector ก็เพื่อ enforce law .. ก็ถูกต้องแล้ว
คิดในอีกแง่นึง ก็มีเพื่อจับพวกเรานี่แหละ พวกหัวดำ accent แปลกถึงได้เป็นเป้าหมายมากกว่าคน local

หรือถ้าไม่อยากให้มี inspector จะให้เปลี่ยนเป็นระบบคนเก็บค่ารถเมล์อย่างที่เมืองไทยรึเปล่า?
คงไม่ดีแน่ๆ..

Reply to This

จะเล่าเรื่องของผมเองซักที

เมื่อวันก่อนนี้เอง ผมขึ้นรถไฟจาก Moorabbin กลับจากทำงานที่ร้านอาหารกับน้องๆ4คนรวมผมด้วย

กำลังนั่งชิวๆกันอยู่ อยู่ดีๆก็มีinspector3คน เดินมาขอตรวจตั๋วเราทั้ง4คน เราก็ให้ตรวจโดยดี (ให้ตั๋ว 10 times 2 hours)

ก็ยื่นให้ตรวจโดยดีเพราะนึกว่าvalidateครอบคลุมเวลาที่กลับแล้ว เลยไม่ได้validateตอนกลับ แต่เวลาไม่ได้ เลยโดนขอดู ID

และโดนตามกระบวนการไป พร้อมน้องอีกคนก็โดนเหมือนกัน แต่ที่น่าโมโหคือ น้องอีก2คนโดนข้อหา วางเท้าบนที่นั่ง ซึ่งน้องทั้งสอง

ก็วางจริงๆแต่เพียงแค่ยันที่นั่งเหมือนนั่งเหยียดขายันไปข้างหน้าอะครับ น้องๆพยายามอธิบายว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ เพราะรีบวิ่งมาขึ้นรถ

แล้วเหนื่อยเลยนั่งเอาเท้ายันที่นั่งไว้อย่างงั้น เขาก็ไม่ฟังบอกว่าเป็นหน้าที่ต้องปรับ ก็เลยบอกน้องๆว่าให้เชาดำเนินการไปเถอะ

แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะยังไงขอก็ไม่มีหลักฐาน สุดท้ายเขาก็ปรับเราทุกคนทั้ง4คนเรียบร้อย

ระหว่างที่inspectorเขียนใบสั่ง ผมก็พูดออกมาลอยๆเป็นภาษาอังกฤษว่า "They (the government) just earn by having this

kind of fine" พูดเสร็จเขาก็หันมามองหน้าผม ผมก็ไม่สน สักพักมีแขกอีก3คนมาสมทบ แล้วเขายังเขียนใบให้ผมไม่เสร็จ ผมต้องลง

Parliament แล้ว ผมบอกผมต้องลง เขาก็บอกได้เดี๋ยวเขาก็ลงด้วย เขาก็ลงมาเขียนใบต่อให้ผม มากัน6คนเลยทีนี่

เขียนเสร็จ เขาก็ถามว่าต้องขึ้นรถต่อไหม ผมบอก ใช่ เขาก็เขียนใบึ้นรถชั่วคราวให้ผม แล้วเขายึดตั๋วรถผมไป ผมถามว่า "ยึดไปแล้วผมจะ

ใช้อะไร ถ้าจะเอาหลักฐาน copy ไปได้ไหม" เขาบอก "ไม่ได้ต้องเอาบัตรจริง เพราะถ้าผมไม่จ่ายค่าปรับ จะเป็นหลักฐานในศาล"

ผมก็คิดในใจ เอ้า..จะให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยก็เรื่องของคุณ แล้วผมก็พูดออกมาลอยๆอีกว่า "it's gonna be a big issue, ha?"

เสร็จผมก็กลับบ้าน แต่ส่วนของผม ผมผิดจริง ยอมรับ แต่เขาไม่น่าจะทำเป็นเรื่องใหญ่โต จริงๆ แค่บังคับให้ผมไปตอกบัตรเดี๋ยวนั้นก็จบ

แต่เอาเถอะ เขาถูกสอนมาให้ทำแบบนี้ เขาคิดอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้จริงๆอะแหละ ผลิกแพลงอะไรก็ไม่เป็น ทื่อๆไปแบบนี้

ที่ยังต้องดูกันต่อไปคือส่วนของน้องทั้ง2คน ที่โดนข้อหา วางเท้าบนที่นั่ง เดี๋ยวเราคงจะช่วยกันหาวิธีร้องเรียนครับ

อีกอย่างถ้าเขาไม่มีรูปถ่ายหลักฐาน เขาก็ไม่มีสิทธ์มากล่าวหาได้ครับ เราไม่ได้หัวหมอนะ แต่เราก็ไม่อยากเสียอะไรโดยใช่เหตุ

*ประเด็นมันอยู่อีกด้วยว่า มันไม่เกิดความเท่าเทียมของการลงโทษ เพราะพวกเราก็เห็นกันบ่อยๆว่าคนของเขา ทำเสื่อมทรามขนาดไหน

แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ ทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้กับสาธรณะชน จนบางทีทำให้ระบบขนส่งปั่นป่วน เช่น เอาอะไรขวางประตูไม่ให้รถปิด

และ อื่นๆอีกมากมาย เราคนเอเชียมาทำงานระดับล่างรับใช้เขาจนเขาได้ดี แต่เขาไม่เคยหยิบยื่นสวัสดิการให้สมเหตุสมผลเลย

.... นี่แหละครับ ประเทศที่ถูกเรียกว่า ประเทศพัฒนาแล้ว

อีกนิด...ในเอเชียผมชื่นชมอยู่บางประเทศที่เรียกได้ว่าพัฒนาจริงก็คือ ญี่ปุ่น และ สิงดโปร์ ทุกอย่างเจริญจริงๆครับ โดยเฉพาะ "คน"

Reply to This

Reply to This

RSS

Links สำคัญต่างๆ (ใครต้องการเพิ่มลิงก์เมลมาได้นะครับ)

Badge

Loading…

© 2009   Created by jakrapong

Badges  |  Report an Issue  |  Privacy  |  Terms of Service